วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การนับศักราชและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย/สากล

การนับศักราชและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย / สากล
การนับศักราช หมายถึง ปีที่กำหนดเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญมากสำหรับ

จดจารึกไว้ ศักราชที่มีกำหนดไว้มีคือ พุทธศักราช (พ.ศ.) รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ) จุลศักราช (จ.ศ)

คริสต์ศักราช (ค.ศ.) และมหาศักราช (ม.ศ)

การที่จะเทียบศักราชได้จึงต้องนำเอาระยะต่างที่เริ่มนับมาบวกหรือลบออกดังนี้ ระยะเวลาที่ต่าง

พุทธศักราชมากกว่า รัตนโกสินทร์ 2324 ปี

พุทธศักราชมากกว่า จุลศักราช 621 ปี

พุทธศักราชมากกว่า คริสต์ศักราช 543 ปี

พุทธศักราชมากกว่า มหาศักราช 1181 ปี

คริสต์ศักราชมากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1781 ปี

คริสต์ศักราชมากกว่า จุลศักราช 638 ปี

คริศต์ศักราชมากกว่า มหาศักราช 78 ปี

มหาศักราชมากกว่า จุลศักราช 560 ปี

มหาศักราชมากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1705 ปี

จุลศักราชมากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1143 ปี

พุทธศักราช เริ่มนับตั้งแต่พระเจ้าเสด็จขันธ์ปรินิพพาน ซึ่งเดิมนับเอาวันเพ็ญเดือน 6 เป็นวันเปลี่ยนศักราช ต่อมามีการเปลี่ยนแปลง ให้ถือเอาวันที่ 1 เมษายนแทนอย่างไรก็ตามในเวลาต่อมารัชกาลที่ 8 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนเป็นขึ้นปีใหม่เสีย โดยเริ่มนับเวลาสากล คือวันที่ 1 มกราคม นับแต่ปี พ.ศ.2483 เป็นต้นมา

คริสต์ศักราช เริ่มนับเอาตั้งแต่พระเยซูเกิดเป็ร ค.ศ.1 ซึ่งเวลานั้นพ.ศ.มีมาแล๊วนับได้ 543 ปี การคำนวณเดือนของ ค.ศ.จะเป็นแบบสุริยคติ ดังนั้นวันขึ้นปีใหม่ของ ค.ศ.จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคมของทุกปี

มหาศักราช เริ่มนับเอาตั้งแต่กษัตริย์ศักราชวงศ์พระองค์หนึ่งในประเทศอินเดียทรงมีชัยชนะเป็นมหาศักราชที่ 1 วิธีการนับวันเดือนปีจะเป็นไปตามสุริยคติ โดยวันขึ้นวันปีใหม่จะเริ่มวันที่ 1 เมษายนของทุกปี

จุลศักราช เริ่มนับพ.ศ.ล่วงมาได้ 1181 ปี โดยนับเอาวันที่พระเถระพม่ารูปหนึ่งนามว่า "บุพโสระ
หัน" สึกออกจากการเป็นพระเพื่อชิงราชบังลังก์ การนับเดือนปีแบบจันทรคติ โดยจะวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 5เป็นวันขึ้นปีใหม่

รัตนโกสินทร์ศก ตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.ล่วงมาได้ 2325 ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้บัญญัติขึ้นโดยเริ่มนับเอาวันที่รัชกาลที่ 1ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร เป็น ร.ศ.1และวันเริ่มต้นปีคือวันที่ 1เมษายน จนต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจิงได้เลิกใช้ ร.ศ

วิธีการเทียบศักราช

พ.ศ. = ค.ศ.+543 หรือ ค.ศ. = -543

พ.ศ. = ม.ศ.+621 หรือ ม.ศ. = -621

พ.ศ. = จ.ศ.+1181 หรือ จ.ศ. = -1181

พ.ศ. = ร.ศ+2324 หรือ ร.ศ. = -2324

การแบ่งยุคสมัยประวัติศาสตร์ไทย / สากล

การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทยนิยมแบ่งหลายแบบ ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมักเป็นการผสมระหว่างหลักเกณฑ์การแบ่งยุคสมัยประวัติศาสตร์สากลกับหลักเกณฑ์การแบ่งยุคสมัยประวัติศาสตร์ไทย โดยในประวัติศาสตร์ไทยมีการแบ่งยุคคล้ายกับประวัติศาสตร์สากล คือแบ่งออกเป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์และในแต่ละยุคสมัยได้ถูกแบ่งเป็นสมัยย่อย ๆลงไปอีกเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ดังนี้

1.) สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสมัยที่ยังไม่ปรากฎหลักฐานลายลักษณ์อักษร การแบ่งยุคสมัยจึงนิยมแบ่งตามนักโบราณคดี ซึ่งกำหนดยุคสมัยตามหลักฐานเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ยุคดังนี้

1.1.) ยุคหิน แบ่งเป็น 3 ยุค ดังนี้

-ยุคหินเก่า

-ยุคหินกลาง

-ยุคหินใหม่

1.2.) ยุคโละ แบ่งเป็น 2 ยุค ดังนี้

-ยุดสำริด

-ยุคเหล็ก

2.) สมัยประวัติศาสตร์ เป็นสมัยที่ปรากฎลายลักษณ์อักษร สำหรับการแบ่งสมัยทางประวัติศาสตร์ในดินแดนมีรายละเอียดดังนี้

-สมัยอาณาจักรุ่นแรก ๆ นับช่วงเวลาก่อนตั้งอาณาจักรสุโขทัย เช่น อาณาจักรทวาราวดี อาณาจักรละโว้ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น ศิลาจารึก เหรียญจารึก

-สมัยสุโขทัย ตั้งแต่สถาปนากรุงสุโทยเมื่อ พ.ศ.1792 จนสุโทยถูกรวมเข้ากรุงศรีอยุธยาในพ.ศ.2006 สมัยสุโขทัยเป็นช่วงที่มีการสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยหลายประการ

-สมัยอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ.1893-2310 สามารถแบ่งออกเป็นสมัยย่อย ๆ โดยแบ่งตามสมัยของราชวงศ์ มีดังนี้

- แบ่งตามราชวงศ์ที่ปกครอง ได้แก่ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์บ้างพลูหลวง

- แบ่งตามลักษณะสำคัญทางประวัติศาสตร์

- สมัยการวางรากฐานและการสร้างความมั่นคง

- สมัยแห่งความมั่นคงทางการเมืองและเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ

- สมัยเสื่อมอำนาจ

-สมัยธนบุรี เป็นสมัยของการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังจากกรุงศรีอยุธยา มีการทำสงครามเกือบตลอดเวลา

-สมัยรัตนโกสินทร์ มีการแบ่งสมัยย่อยโดยการยึดตามการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและการปกครองร่วมกัน โดยแบ่งได้ดังนี้

- สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นช่วงการฟื้นฟูอาณาจักรในทุกด้านต่อจากสมัยธนบุรี

- สมัยรัตนโกสินทร์ยุคกลางปรับประเทศ เป็นช่วงที่มีการติดต่อกับชาวต่างชาติ มีการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก จนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบประชาธิปไตย

- สมัยประชาธิปไตย เป็นช่วงที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ประชาชนมีเสรีภาพทางการเมือง บ้านเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จบบ บ .......

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น